งาน online สร้างรายได้จากการขายสินค้าจาก amazon.com กันดีกว่า
หนังสืออีบุ๊ค “รวยด้วย Amazon แบบ Passive Income”
Passive income คืออะไร?
งาน online ขออธิบายความหมายก่อนว่า Passive income ก็คือการที่มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆโดยที่เราไม่ต้องทำงานหรือลงมือทำแค่ช่วงแรกๆแล้วนั่งรอเงินไหลเข้ากระเป๋าเรา ระยะยาว!
ตื่น เช้าประมาณตี 5 ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จประมาณตี 5:45 เดินออกจากบ้านไปปากซอย อีกประมาณเกือบๆ 10 นาที จากนั้นก็ยืนรอรถตู้โดยสารประจำทางเพื่อไปทำงาน ถึงออฟฟิตประมาณ 7 โมงนิดๆ แต่ถ้าวันไหนเอ้อระเหยออกบ้านช้ากว่าปกติ 10-15 นาที ก็จะถึงที่ทำงานช้ากว่าเดิมเกือบชั่วโมง! มันช่างเป็นอัตราส่วนที่ไม่สัมพันธ์กันเลยใช่มั้ยครับ ชีวิตคนทำงานในเมืองจะรู้ดีว่าถ้าออกจากบ้านช้ากว่าเดิมเพียงเล็กน้อย แต่จะส่งผลถึงเวลาไปถึงที่ทำงานอย่างมหาศาล
หลังจากถึงออฟฟิตผมก็หา ข้าวเช้ากินแถวออฟฟิตได้ดูข่าวทีวีที่ร้านข้าวนิดหน่อย แล้วก็ได้เวลาเข้าทำงานลากยาวไปจนเที่ยง พักกินข้าว(ส่วนใหญ่ก็กินซ้ำไปซ้ำมาไม่กี่ร้านหรอกเพราะต้องเลือกใกล้ๆที่ทำ งานจะได้สะดวกหน่อย) บ่ายก็เริ่มงานจนถึงประมาณสี่โมงครึ่ง อารมณ์ทำงานจะเริ่มไม่มีละ เริ่มเก็บของจัดของบนโต๊ะเตรียมตัวกลับบ้าน? ออกจากออฟฟิตประมาณห้าโมงกว่าๆ รอรถตู้กว่าจะได้กลับถึงบ้านก็เกือบๆหกโมงครึ่งหรือถ้ารถเต็มก็รอนาน หน่อยกลับเข้าบ้านทุ่มกว่าๆ
เมื่อ5ปีที่แล้ว ชีวิตผมวนอยู่อย่างนี้ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์มาห้าปี ครับใช่แล้วห้าปีกว่าที่ทำอยู่อย่างนี้ จนมาถึงตอนนี้ผมย้อนคิดไปแล้วยังอดขำตัวเองไม่ได้ว่า เออ..เราใช้เวลาอยู่กับบางอย่างบางทีเผลอแป้ปเดียวก็หมดไปเป็นปีๆแล้วเนอะ จริงๆแล้วชีวิตเรายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะแต่เราก็ไม่ได้ทำมันเพราะมัวหลง ติดอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยจนชิน
ผมยังรู้สึกแอบภูมิใจเล็กๆที่ตอนนั้นเรากล้าที่จะเริ่มหรือมองหาบางอย่างที่คิดว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่
ส่วนตัวผมเป็นคนเชื่อว่าโอกาสหรือช่องทางมันมีมากมายแต่มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะพยายามมองหา ไขว่คว้ามันหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่เคยมองหาโอกาสใหม่ๆให้ตัวเราเอง ต่อให้โอกาสมันกองอยู่ข้างหน้าเราก็จะเหยียบข้ามมันไปอย่างไม่รู้สึกอะไรเลย
ส่วนตัวผมเป็นคนเชื่อว่าโอกาสหรือช่องทางมันมีมากมายแต่มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะพยายามมองหา ไขว่คว้ามันหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่เคยมองหาโอกาสใหม่ๆให้ตัวเราเอง ต่อให้โอกาสมันกองอยู่ข้างหน้าเราก็จะเหยียบข้ามมันไปอย่างไม่รู้สึกอะไรเลย
และ ด้วยความเชื่อเช่นนี้ ผมเลยพยายามลองหางานหาวิธีการสร้างรายได้ทางอื่นในขณะที่ยังทำงานประจำอยู่ ไปด้วย เพราะผมเองก็ไม่ใช่พวกกล้าขนาดลาออกจากงานประจำโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร หรือจะไปทางไหน ช่วงที่ผมเริ่มมองหารายได้ที่จะทำระยะยาว ตอนนั้นเป็นช่วงที่การทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ งาน online กระแสกำลังมาแรง แต่ไม่นับรวมพวกที่ชอบเอาเรื่อง ทำงานออนไลน์ มาหลอกให้ไปนั่งฟังประกันหรือหลอกไปฟังพวกขายตรงแล้วเชิญชวนกึ่งบังคับให้สมัครสมาชิก, หาสายงาน อะไรพวกนั้นนะครับ ส่วนตัวผมจะไม่ค่อยชอบพวกทำนาบนหลังคนพวกนี้อยู่แล้ว เพราะผมคิดว่าถ้าคุณทำธุรกิจที่โปร่งใสคุณก็ต้องใช้วิธีที่สะอาดและโปร่งใสในการเชิญชวนให้คนอื่นสนใจ ไม่ใช่ใช้วิธีการหลอกคนไปฟังด้วยข้ออ้างสารพัดแต่พอเอาเข้าจริงดันกลับให้ทำอีกอย่าง พอละ กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่าพูดเรื่องพวกหลอกสมัครสมาชิกแล้วของขึ้น ^_^
ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยเริ่มศึกษา งาน online แบบจริงจัง อยากรู้ว่างานประเภทนี้มันจะทำเงินให้เราได้จริงๆมั้ย แล้วทำไม Google เค้าถึงรวยมหาศาล ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าการหารายได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็เป็นเรื่องจริงหน่ะสิ.
พอได้ศึกษาแบบละเอียดผมก็เริ่มเข้าใจวิธีการสร้างรายได้แต่ละแบบผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต ต้องขอบอกว่าตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้ว่าโอกาสมากมายรอเรา อยู่ เห็นช่องทางเยอะแยะไปหมด แต่มันมีรูปแบบนึงที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั้นก็คือ รูปแบบการหาเงินที่เค้าเรียกกันว่า Affiliate Marketing(แอฟฟิลิเอท มาร์เกท์ติ้ง) เพราะว่าลักษณะการทำงานมันสอดคล้องกับแนวคิดการทำงานแบบ Passive income หรือการสร้างรายได้ระยะยาวแบบลงทุนลงแรงแค่ช่วงแรก แต่หลังจากนั้นคุณก็ไม่ต้องเหนื่อยทำอีกแล้วนั้งรอรับเงินอย่างเดียว ผมถามคุณหน่อยใครจะไม่อยากมีรูปแบบธุรกิจลักษณะนี้จริงมั้ยครับ.
พอได้ศึกษาแบบละเอียดผมก็เริ่มเข้าใจวิธีการสร้างรายได้แต่ละแบบผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต ต้องขอบอกว่าตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้ว่าโอกาสมากมายรอเรา อยู่ เห็นช่องทางเยอะแยะไปหมด แต่มันมีรูปแบบนึงที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั้นก็คือ รูปแบบการหาเงินที่เค้าเรียกกันว่า Affiliate Marketing(แอฟฟิลิเอท มาร์เกท์ติ้ง) เพราะว่าลักษณะการทำงานมันสอดคล้องกับแนวคิดการทำงานแบบ Passive income หรือการสร้างรายได้ระยะยาวแบบลงทุนลงแรงแค่ช่วงแรก แต่หลังจากนั้นคุณก็ไม่ต้องเหนื่อยทำอีกแล้วนั้งรอรับเงินอย่างเดียว ผมถามคุณหน่อยใครจะไม่อยากมีรูปแบบธุรกิจลักษณะนี้จริงมั้ยครับ.
ผมก็ เลยพยายามศึกษาดูว่ามีงานอะไรบ้างที่รองรับสิ่งที่ผมต้องการ จนผมได้มารู้จัก amazon.com เนี้ยแหล่ะผมรู้เลยว่ามันตอบโจทย์ที่ผมต้องการได้แน่นอน เพราะว่าในแต่ละปีถ้าคุณเคยดูรายได้จากผลประกอบการของทาง amazon.com ที่ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์(amazon.comเข้าตลาดหลักทรัพย์เพราะฉะนั้นต้อง ชี้แจงรายได้ให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้ที่สนใจ หลักการเหมือนตลาดหลักทรัพย์บ้านเราครับ)
จะเห็นได้ว่าแต่ละปีเค้าทำกำไรเข้าบริษัทหลักพันล้านบาทต่อปีและโตขึ้นทุกปี นอกจากนั้นรายได้98%มาจากการขายสินค้าออนไลน์ทั้งหมด!
จะเห็นได้ว่าแต่ละปีเค้าทำกำไรเข้าบริษัทหลักพันล้านบาทต่อปีและโตขึ้นทุกปี นอกจากนั้นรายได้98%มาจากการขายสินค้าออนไลน์ทั้งหมด!
ผม อ่านตัวเลขแล้วยังแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอเมริกาเค้าจะนิยมชอปปิ้งออนไลน์ กันมากขนาดนี้ ผมเลยเห็นช่องทางว่านี้แหล่ะโอกาสของเราที่จะสามารถสร้างรายได้แบบ Passive income ได้แน่ๆ เพราะทาง amazon.com เค้ามีระบบที่เรียกว่า amazon associate สำหรับเปิดรับสมัครให้ใครก็ได้จากทั่วโลกเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้เค้า แล้วลองคิดดูนะครับสินค้า amazon มีเป็นแสนๆชิ้น ทำไมเราจะไม่มีโอกาสขายได้
นับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน
กิจวัตรประจำวันของผมตอนนี้ ตื่นนอน7โมงกว่าๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จประมาณ8โมง จิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าวตลาดหุ้นต่างประเทศเพื่อจะได้ดูสถาณการ์ณตลาดหุ้นไทยตอนเปิดตลาด จากนั้นก็กินข้าวเช้าแล้วดูหุ้นบ้าง หรือไม่บางวันขยันหน่อยก็จะหาสินค้าเพิ่มสักวันละตัวสองตัวจาก amazon มาทำเพิ่ม เที่ยงกว่าก็ๆพัก บ่ายก็ว่างยาวอยากไปไหนก็ได้ดูหนังฟังเพลงหรือไม่บางทีผมเบื่อๆก็ชวนแฟนออก ต่างจังหวัดไปเที่ยวทะเลบ้างขึ้นเหนือบ้าง ถือซะว่าเปลี่ยนที่ทำงานเพราะงานอย่างผมทำที่ไหนก็ได้ขอแค่มีโน๊ตบุ๊ค เครื่องนึงกับ internet ก็ทำได้แล้ว ยิ่งตอนนี้เรามีระบบ 3G แล้วยิ่งสบายมากขึ้นอีก สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้นทำงานง่ายและเสร็จเร็วยิ่งขึ้นอีก
ผมบอกทุกคนไว้เลยนะครับว่า ถ้าหากใครอยากมีชีวิตอิสระอย่างผม คุณหรือใครๆก็สามารถทำได้ ตัวผมเองก็เริ่มจากไม่ได้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีมากมาย อาศัยเรียนรู้เอาและลองผิดลองถูกแค่นั้นเอง เพียงแต่ว่าเราต้องมีความตั้งใจที่จะทำให้ได้ อยากหลุดพ้นจากวงจรชีวิตงานประจำให้ได้หรือบางคนอาจจะไม่ได้เบื่องานประจำ แต่คุณอยากมีรายได้เพิ่มซึ่งผมบอกได้เลยถ้าคุณไม่ได้เป็นระดับรองกรรมการ หรือผู้จัดการ รายได้ที่คุณได้จากการที่คุณขายสินค้า amazon มากกว่าเงินเดือนประจำคุณแน่ๆ ไม่เชื่อดูจากรายได้ที่ผมเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างได้
จาก จุดเริ่มต้นสนใจทำ Amazon จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ผมผ่านประสบการณ์โดนแบนจาก Amazon, โดนแบนจาก Google ใช้เวลาเป็นปี กว่าจะเจอแนวทางที่ตอบโจทย์ผมได้
รูปแบบงาน online ที่ผมต้องการคือ:
1. งาน ONLINE ที่ทำต้องมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอและระยะยาว
2. งานที่ทำจะต้องทำแค่ช่วงแรก หลังจากนั้นจะไม่ต้องมานั่งทำอะไรอีก แต่รายได้จะยังมีเข้ามาทุกวันแม้ตอนผมไปเที่ยว
3. จะต้องไม่เสี่ยงต่อการโดนแบนจาก AMAZON.COM
4. จะต้องไม่เสียงต่อการโดนแบน(DEINDEX)จาก GOOGLE เพราะถ้าโดนเราก็จะต้องสร้างเว็ปใหม่ ไปเรื่อยๆอยู่อย่างนั้น ทำให้เราไม่มีอิสรภาพทางเวลาอีก.
จนตอนนี้ผมบอกได้อย่างมั่นใจเลยว่า ผมได้แนวทางนั้นแล้วและทุกอย่างก็อยู่ใน e-book “รวยด้วย Amazon แบบ Passive income” ทั้งหมด
ผมคงไม่พูดอะไรมากนอกจากอยากให้ทุกท่านได้ดูตัวอย่างยอดรายได้จาก 2 แอคเคาน์ ที่ผมทำอยู่ของเดือนที่แล้ว
ตอน แรกผมว่าจะแค่ จับภาพหน้าจอเฉพาะยอดหน้าหลักมา แต่คิดว่ามันอาจจะใช้โปรแกรมแต่งตัวเลขกันได้ ผมเลยใช้วิธีบันทึกวีดีโอตั้งแต่ตอน login มาแสดงให้ดูเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องสงสัยกันว่าทำได้จริงหรือไม่ ยอดเฉลี่ยของแต่ละเดือนอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้นะครับ เป็นธรรมดาของการค้าขาย แล้วตอนที่อัดวีดีโอทั้ง 2 account นี้ก็ยังไม่ใช่วันสุดท้ายของเดือนนะครับ (อย่าลืมปรับความละเอียดให้สูงสุด และกดดูแบบ Full screen ปุ่มล่างขวาสุด จะได้เห็นได้ชัดเจน)
ยอด ของ Account แรก นับจากวันที่ 1ต้นเดือน จนถึง ณ.วันที่อัดวีดีโอเป็นช่วงกลางเดือน ยอดรวมที่ผมได้ตอนนี้ ได้ค่าคอมมิสชั่น 1090.48$ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 x 1090 = 32,700 บาท
ส่วน อันนี้เป็นอีก account นึงของผมในเดือนเดียวกัน เดือนนี้ยอดน้อยกว่า accountแรกนิดหน่อย ซึ่งก็เป็นปกติครับ บางเดือนยอดก็แซงแอคเคาน์แรก
แอ คเคานท์ ที่2 ของผม เดือนนี้ยอดน้อยกว่าแอคเคานท์แรกหน่อย คิดว่าคงไล่ยอดของแอคเคาน์ทแรกไม่ทันแน่ๆ 806.49$ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 x 806 = 24,180 บาท
ผมบอกใบ้ให้หน่อยนะครับ ว่าผมคงไม่ได้ทำแค่ 2 accountแน่ๆ คุณก็รู้ใช่มั้ย 
รายละเอียดเนื้อหาบางส่วนใน e-book ?รวยด้วย Amazon แบบ Passive income?
*หมายเหตุ สำหรับอีบุ๊คที่ผมจะขายเล่มนี้มีข้อจำกัดอยู่คือ
1.ระบบ ทั้งหมดใน e-book ก็คือระบบที่ผมให้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอยู่ มีรายได้จากการ ขาย amazon อยู่เป็นปกติ เพราะฉะนั้นผมขอจำกัดจำนวนการขาย e-book นะครับเนื่องจากถ้าให้มีคนทำจำนวนมากเกินไปผมกลัวว่ามันจะกลายเป็นทุบหม้อ ข้าวตัวเอง
2.หลังจากจำหน่ายไปได้ระยะหนึ่ง เริ่มมีคนนำวิธีจากใน e-book ไปใช้และเห็นผลพอสมควรแล้ว
หาก ใครสนใจสั่งซื้อผมขออนุญาติให้แจ้งจองไว้ทางอีเมล์ก่อนนะครับ support@easydollarincome.com เพราะว่าผมจะต้องดูจำนวนคนนำไปใช้งานเพื่อจะให้ระบบที่ผมวางไว้ยังทำเงินได้ อย่างสม่ำเสมอ.
ตอนนี้เปิดจำหน่ายสำหรับชุดต่อไปแล้วนะครับ ท่านไหนสนใจสามารถชำระเงินค่าอีบุ๊คมาได้เลยตามรายละเอียดที่ได้แจ้งไว้ หรือ ดูรายละเอียดได้ที่นี่
ขอบคุณครับ
ของขวัญที่ทาง amazon มอบให้ชิ้นล่าสุด
สำหรับกิจกรรม การแข่งขันยอดสูงสุดของเดือน ผลออกมาแล้ว เข้าไปชมกันได้ที่นี่เลยนะครับ
หนังสือ e-book “รวยด้วย Amazon แบบ Passive income”

วันนี้อยากจะมานำเสนอบทความดีๆ ที่คิดว่าใครหลายๆคนน่าจะสนใจและอยากรู้รายละเอียดกันครับ สำหรับอาชีพในโลกออนไลน์นั้นมีอยู่จริงนะครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ และคนที่สำเร็จจากอาชีพเหล่านี้ก็มีอยู่จริงเช่นกัน สำหรับ 9 อาชีพที่ผมจะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักวันนี้นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะครับ แต่ว่ามันทำเงินได้แน่นอน
อาชีพเหล่านี้จะเหมาะมากๆครับ สำหรับใครที่ต้องการหารายได้อยู่ที่บ้าน หรือต้องการทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำที่ทำอยู่แล้วก็ได้ และถึงแม้จะเป็นนักศึกษาก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน โดยรายได้ที่จะได้รับนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ผมไม่สามารถบอกได้ว่าอาชีพทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดถึงนั้น อาชีพไหนทำเงินได้เยอะสุด แต่อย่างหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ มันจะทำเงินให้เราได้แน่นอน หากเราตั้งใจทำมัน และไม่หยุดที่จะเรียนรู้ครับ
1.Google
Google ในมุมมองของใครหลายๆคน คงเป็นแค่ Search Engine หรือเครื่องมือในการค้นหาคำที่อยากรู้เท่านั้น เพราะไม่ว่าจะพิมพ์อะไรไปก็ตามอากู๋คนนี้ตอบเราได้หมดทุกอย่างเลย นอกจากนั้นแล้ว Google ยังเคยได้รับการโหวตจากเหล่าพนักงานในสหรัฐอเมริกาด้วยว่าเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งหนึ่ง นั่นก็เพราะบริษัทที่ดูใหญ่โตสวยงาม รวมไปถึงค่าแรง และสวัสดิการที่ Google มีให้กับพนักงานนั้นสูงมากไงครับ สงสัยไหมครับว่าเจ้าเว็บ Search Engine นี้ ทำไมถึงมีบริษัทที่สวยมากๆ และ มีเงินจ่ายพนักงานได้เยอะขนาดนั้น ?
ด้วย Google เป็นเว็บ Search Engine อันดับ 1 ตอนนี้นั่นแหละครับ Google จึงเปิดแคมเปญที่มีชื่อว่า Google Adwords ขึ้นมา โดย Google Adwords นั้นจะอนุญาติให้เราสามารถทำโฆษณาบนพื้นที่ของ Google พูดง่ายๆคือสามารถกำหนดได้ว่า เมื่อมีคนค้าหาคำไหน เว็บไซต์ของเราจะขึ้นมาอยู่บนหน้าแรกของ Google ได้นั่นเองครับ ซึ่งนี่จะเป็นรายได้หลักให้ทางหนึ่งของ Google ครับ แล้วเราจะหาเงินจาก Google ยังไง ?
นอกจาก Google Adwords แล้วยังมีแคมเปญที่ชื่อว่า Google Adsense ด้วยครับ โดยเจ้าแคมเปญนี้จะอนุญาติให้เหล่าผู้ที่มีเว็บไซต์หรือบล็อกเป็นของตัวเอง สมัครเป็นผู้เผยแพร่โฆษณาให้กับ Google โดยใช้พื้นที่บนเว็บไซต์นั่นเอง โดยรายได้ที่ Google นำมาจ่ายให้นั้นจะมาจากผู้ที่จ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google Adwords ครับ ส่วนรายได้ที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้นั้นจะมีทั้งแบบการแสดงโฆษณาครบ 1000 ครั้ง หรือการกดคลิกที่โฆษณา โดยแต่ละคลิกนั้นจะมีรายได้ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง บางเว็บไซต์อาจมีรายได้สูงถึงเดือนละ 1000$ หรือมากกว่านั้น ส่วนบางเว็บไซต์ก็อาจได้เดือนละไม่ถึง 10$ ก็มีครับ
สำหรับใครที่สนใจอยากทราบวิธีสมัคร หรือรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่ GOOGLE ADSENSE ได้เลยครับ
2.Youtube
จะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาที่เราเข้าไปรับชมคลิป ดูคลิปต่างๆใน Youtube จะเจอโฆษณาเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาที่ให้เรากดข้ามหรือ โฆษณาที่ขึ้นมารบกวนสายตาเราเวลาที่ดูคลิปก็ตาม โฆษณาเหล่านั้นแหละครับที่เป็นการหารายได้จากการทำคลิปบน Youtube
คงต้องบอกก่อนว่า Youtube นั้นเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้บริการในการรับชมวิดีโออันดับ 1 ของโลกในตอนนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าของYoutube ก็เป็นคนเดียวกับ Google นั่นเอง เมื่อไม่นานนี้ Youtube เลยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีช่องหรือ Channel บน Youtube ในการหารายได้เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่งใช้ชื่อว่า Youtube Partner โดยจะเป็นการอนุญาติให้โฆษณาปรากฎขึ้นบนวิดีโอของเจ้าของ Channel นั่นเอง โดยรายได้นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนการรับชม หรือการกดคลิกบนโฆษณาเช่นกันครับ
อันที่จริงก่อนหน้านี้ Youtube ก็มีการให้รางวัลในเรื่องของยอดวิว และคนติดตามให้กับเจ้าของ Channel อยู่แล้วครับ หากสามารถมีจำนวนตามเกณฑ์ที่ทาง Youtube กำหนด แต่หลังจากการเปิดแคมเปญการหารายได้แบบ Youtube Partner นี้ ทำให้เหล่าเจ้าของ Channel ทั้งหลายมีรายได้เป็นกอบเป็นกำกันเลยทีเดียว
สำหรับใครที่มีความสามารถหรือไอดเดียในการทำวิดีโอเจ๋งก็อย่ารอช้าครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่YOUTUBE PARTNER ได้เลย
3.ขายของออนไลน์
สำหรับอาชีพนี้คงเป็นที่คุ้นหน้า คุ้นตาของสังคมไทยสมัยนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ เพราะการขายของนั้นเป็นที่แน่ๆว่าต้องมีรายได้เกิดขึ้นมาแน่นอน สำหรับการขายของออนไลน์ ก็มีมากมายหลายวิธีเลย ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ Social Network อย่าง Facebook Instagram หรือขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆอย่าง WeLoveShopping INWshop รวมทั้ง eBay ด้วย
หากใครที่สนใจอยากขายของบน Facebook ผมแนะนำว่าควรจะเปิดแฟนเพจขึ้นมาครับ เพราะเราจะสามารถโปรโมทสินค้าผ่านทาง Facebok Adsได้ แตกต่างจากการโพสหน้าส่วนตัว เพราะอาจจะมีแค่เพื่อนเราเท่านั้นที่เห็นครับ ส่วนสำหรับการค้าขายบน eBay ก็อาจจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องภาษาเข้ามาช่วยนิดหน่อยครับ ตรงนี้อาจใช้ Google Translate เข้ามาช่วยได้บ้างบางกรณีในการพูดคุยกับลูกค้า
สำหรับการขายของออนไลน์นั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะมากๆสำหรับทุกๆคน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำแล้วสำเร็จนะครับ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับทั้งความสามารถ โอกาส และสินค้า ที่นำมาขายด้วย แต่สิ่งที่สำคัญสุดๆเลยคือความอดทนครับ
4.Dropships
นอกจากการค้าขายออนไลน์แล้ว Dropships ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กันเลยครับ เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีทุนในการเริ่มต้นค้าขายออนไลน์ นอกจากนั้นข้อดีของมันคือการที่เราไม่ต้องสต็อกของเอง ไม่ต้องเสียเวลาหรือค่าเดินทางในการไปส่งของด้วย
โดยการทำ Dropship นั้นคือการที่เรานำสินค้าของร้านค้าออนไลน์มาประกาศขายในร้านค้าของเราเองในราคาที่เราตั้งเองได้ จากนั้นทางร้านค้าที่เป็นผู้สต๊อกสินค้าจะจัดส่งสินค้าให้ในนามของเรา ยกตัวอย่างเช่น ร้านฟุ้งฟิ้งขายกระเป๋าใบละ 200 บาท ทางร้านจะขายให้ผู้ที่ทำ Dropship กับทางร้านในราคา 150 บาท
เราก็แค่เปิดแฟนเพจหรือเปิดเว็บขึ้นมาเพื่อให้เป็นหน้าร้านในการโปรโมทสินค้า เราอาจจะขายกระเป๋าใบนี้ราคา 200-250 บาท เมื่อมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาซื้อ เราก็รับเงิน และสั่งสินค้าไปที่ร้านฟุ้งฟิ้งโดยโอนเงินให้ 150 บาทตามที่ตกลงกันไว้ ทางร้านก็จะจัดส่งสินค้าให้ตามที่อยู่ของลูกค้า ในนามของร้านเรา ส่วนเรากจะได้กำไรจากส่วนต่างที่เกิดขึ้นนี้ครับ
ซึ่งก็จะได้ประโยชน์กันไปทั้ง 2 ฝ่ายแบบ Win-Win ทางร้านที่มีสินค้าก็เพิ่มยอดขาย ส่วนทางผู้ที่ทำ Dropship จะได้กำไร และไม่ต้องลงทุน รวมถึงส่งของด้วย
5.Affiliates
สำหรับการทำ Affiliate อาจจะเป็นคำที่ใหม่สำหรับคนไทย แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้การทำ Dropship เช่นกัน โดยผมจะขออธิบายให้เข้าใจกันคร่าวๆก่อนนะครับว่า Affiliate คืออะไร
Affliate คือการที่เราโฆษณา โปรโมทสินค้าของร้านค้า ด้วยวิธีการต่างๆ จากนั้นส่งลูกค้าไปในเว็บไซต์หลักของผู้ขาย หากเกิดการซื้อขายขึ้นจะทำให้เราได้ค่าคอมมิชชั่นจากทางเจ้าของสินค้า โดยจะมีการแจ้งไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าสินค้าชิ้นนั้นๆจะได้ค่าคอมมิชชั่นคิดเป็นกี่ % ของราคาสินค้า
ส่วนใหญ่แล้วที่ได้รับความนิยมมากๆในการทำ Affiliate คือ สินค้าจาก Amazon และ Clickbank โดยทั้ง 2 เว็บไซต์นี้จะแตกต่างกันที่ตัวสินค้า เพราะทาง Amazon นั้นจะเป็นสินค้าทั่วๆไปแบบจับต้องได้ ส่วนทาง Clickbank จะเป็นสินค้าจำพวก Digital Product ครับ
แล้วจะส่งคนไปที่เว็บไซต์ที่ขายสินค้าอย่างไร ? แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราขายได้ และจะได้รับเงิน ?
วิธีการนั้นจะเป็นการที่เราสมัครเป็นสมาชิก Affiliate จากเว็บนั้นๆก่อน ขอยกตัวอย่างเป็น Amazon นะครับ จากนั้นเราก็ต้องเข้าไปหาว่าเราจะขายสินค้าตัวไหน เมื่อได้สินค้าที่ต้องการแล้ว เราก็จะได้ลิ้งค์ในการโปรโมทสินค้าตัวนั้นๆมาด้วย จากนั้นเราอาจจะเขียนบล็อก หรือ เว็บเพจ หรือทำการเขียนรีวิวก็ได้ครับ จากนั้นก็ใส่ลิ้งค์(แบบนี้)ในการซื้อสินค้าไว้ในบทความ เมื่อผู้สนใจอ่านแล้วคลิกไปที่ลิ้งค์นั้น แล้วเกิดการซื้อสินค้าชิ้นนั้นขึ้นก็จะทำให้เรามีรายได้เป็นส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นนั่นเอง โดยจะมีระบบให้เราตรวจสอบว่ามีคนคลิกที่ลิ้งค์นั้นๆของเรากี่ครั้ง และได้ซื้อสินค้าหรือไม่ครับ
งานนี้เรียกว่าหาเงินในอากาศกันเลยครับสำหรับการทำ Affiliate และมีหลายคนที่ทำสำเร็จ รวมถึงหลายๆคนที่ไม่สำเร็จเช่นกัน สำหรับใครที่สนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์ที่ให้ไว้นี้ได้เลยครับCLICKBANK / AMAZON
6. ออกแบบ Sticker Line ขาย
Line ถือเป็น Messenger App ที่ได้รับความนิยมมากๆโดยเฉพาะในบ้านเรา ซึ่งตัวผมเองนั้นมองว่า Sticker เป็นส่วนสำคัญมากๆที่ทำให้เจ้าแอพ Line นี้โดดเด่นมากๆ เพราะมันทำให้การแชทหรือพูดคุยของเรามันดูมีอารมณ์ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัดครับ
แต่ก็มีบางครั้งใช่ไหมครับ ที่เราไม่สามารถหาสติ๊กเกอร์ที่ตรงตามความรู้สึกของเราได้ ทาง Line คงเล็งเห็นตรงจุดนี้ด้วย จึงเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถออกแบบสติ๊กเกอร์ลงมาวางขายเองได้เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง โดยใช้ชื่อว่า Line Creator Market
โดยราคาขายของสติ๊กเกอร์ที่เราออกแบบเองนั้นจะอยู่ที่ 30 บาทและทาง Line จะแบ่งกำไรไป 50% ของราคาขายหรือ พูดง่ายๆคือต่อการดาวน์โหลด 1 ครั้งเราจะได้เงิน 15 บาท หลังจากนี้ก็ต้องมาดูกันว่าจะมีคนดาวน์โหลดไปใช้มากน้อยแค่ไหนครับ ที่สำคัญเป็นเหมือน Passive Income นะครับ เพราะหลังจากเราออกแบบและวางขายแล้ว ที่เหลือก็รอให้มีคนเข้ามาดาวน์โหลดนั่นเอง
สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบ ยังสามารถออกแบบแล้วขายเป็นงานๆให้กับผู้ที่สนใจ หรือสั่งทำพิเศษได้ด้วยนะครับ ซึ่งจะได้รายได้เป็นเงินก้อนแทน ส่วนผู้ซื้อนั้นจะไปวางขายต่อเอง ได้มากได้น้อยตรงจุดนี้ เราไม่เกี่ยวแล้วครับ
สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการสมัครก็เข้าไปตามลิ้งค์นี้ได้เลยครับผม LINE CREATOR MARKET
7.สร้าง Fanpage
สำหรับงานนี้อาจจะมีหลายๆท่านที่นึกไม่ถึงว่า กลายเป็นรายได้ยังไงนะครับ การสร้าง Fanpage นั้นอาจจะยังไม่มีรายได้เข้ามาในตอนแรก แต่หากว่า Fanpage เป็นที่นิยมแล้วมันก็จะมีมูลค่าขึ้นมา ขึ้นอยู่กับจำนวนคนไลค์ของเพจ
โดยการหารายได้วิธีนี้จะเป็นการรับโฆษณาซะส่วนใหญ่ ราคาต่อครั้งนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้กดถูกใจเพจ มากน้อยก็ว่าตามกันไป เพราะหากมีการโพสโฆษณาหรือลิ้งค์ต่างๆลงไปในเพจแล้ว จะมีผู้ที่เห็นโฆษณา รวมถึงเป็นไปได้แน่ๆว่าจะกดเข้าไปดูโฆษณาครับ อย่างไรก็ตามในการรับโฆษณาประเภทสินค้ามาโพสนั้น ก็ควรจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเพจด้วย มิเช่นนั้นจะทำให้เพจเสียความเป็นตัวตนของเพจนั้นไปเลย หากเห็นแก่รายได้อย่างเดียว ซึ่งส่งผลกระทบต่อ
นอกจากการรับโพสโฆษณาหรือลิ้งค์ต่างๆแล้ว ยังมีการซื้อขายเพจอีกด้วยนะครับ สำหรับแอดมินที่ไม่มีเวลาหรือต้องการเงินก้อน ก็อาจใช้วิธีนี้ในการหารายได้เช่นกัน ซึ่งราคาก็ถือว่าค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของแฟนเพจ และจำนวนคนที่กดถูกใจครับ
8.ขาย E-Book
นอกจากการเขียนหนังสือขายแบบธรรมดาแล้ว ยังสามารถเขียนหนังสือขายผ่านอินเตอร์เนตได้ด้วย ข้อดีของมันนั้นคือไม่ต้องลงทุนในการตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม รวมทั้งไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็สามาถหาเงินผ่านการเขียน E-Book ขายได้ ขอแค่คุณมีความรู้ในด้านนั้นจริงๆ
หลักการในการเขียน E-Book ขายนั้นจริงๆแล้วก็คล้ายๆกับการเขียนหนังสือปกติเลยครับ เพียงแต่ที่ที่เราจะนำหนังสือของเราไปขายนั้นเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง โดยหลังจากที่เราเขียนหนังสือของเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสามารถนำหนังสือไปขายได้ที่ตลาดฝากขาย Ebook ต่างๆตามเว็บไซต์ได้เลย โดยอาจจะมีการรอตรวจสอบจากทางเว็บก่อนเป็นเวลา 1-3 วัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า E-Book เล่มนี้ไม่ได้เกิดจากการคัดลอกมาจากที่อื่น จากนั้นเว็บไซต์ก็จะเริ่มวางขายหนังสือของเราให้ผู้อ่านเข้ามาเลือกซื้อเลือกช็อปกันครับ
แล้วจะไม่โดน Copy ไปแจก หรือ ขายต่อ ? ตรงจุดนี้ทำได้แค่หวังครับ เพราะว่าถ้าเรามองจากหนังสือจริงๆ ก็มีการถ่ายเอกสาร รวมถึงยืนอ่านทั้งๆที่ไม่ซื้อเลยจริงไหมครับ ? เพราะฉะนั้นก็หวังว่าผู้ที่ซื้อ Ebook ของเราไปจะไม่ไปทำจำหน่ายจ่ายแจกต่อครับ
ในเรื่องรายได้ที่เกิดขึ้นในการขาย E-Book นั้นขึ้นอยู่กับราคาที่เรากำหนดให้หนังสือ และอาจจะมีการหักส่วนแบ่งไปบ้างจากเว็บไซต์ ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บไซต์นะครับ รวมถึงเรื่องของภาษีด้วยที่จำเป็นต้องจ่าย แต่หากว่าเราทำการประชาสัมพันธ์และโปรโมทดีๆแล้ว ถือว่าเป็นรายได้ระยะยาวที่จะเข้ามาเรื่อยๆเลยครับ
อีกเรื่องที่ผมอยากฝากคือ สำหรับ Ebook นั้นนอกจากเนื้อหาที่สำคัญมาเป็นอันดับ 1 แล้ว ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องของหน้าปก เพราะ Ebook นั้นผู้อ่านไม่สามารถเปิดอ่านได้เหมือนกับหนังสือจริงๆ ถึงอาจจะมีการโชว์ตัวอย่างบทความในหนังสือให้ดูแล้วก็ไม่เทียบเท่ากับหนังสือจริงๆครับ ฉะนั้นอย่าได้ละเลยเรื่องของการออกแบบหน้าปกเป็นอันขาด โดยการออกแบบสามารถทำได้เอง หรือจ้างผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบให้ก็ได้ครับ
9.ออกแบบเสื้อ Teespring
สำหรับอาชีพหรืองานสุดท้ายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบเลยครับผม สำหรับใครที่มีความสามารถในการออกแบบ อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้ให้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความสามารถและ ดีไซน์ในการออกแบบ ว่าสวยและตรงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ครับ
กล่าวถึง Teespring ก่อน Teespring เป็นบริษัทแนวระดมทุน โดยให้คุณออกแบบลายเสื้อยืดที่คุณคิดไปลงไว้กับทางเว็บไซต์ของTeespring จากนั้นถ้ามีคนมาซื้อเสื้อได้ถึงขั้นต่ำแล้วทาง Teespring ก็จะพิมพ์และส่งให้เอง ซึ่งผู้ที่ออกแบบก็ไม่มีค่าใช้จ่ายและถ้าหากว่าไม่ถึงเป้าทาง Teespring ก็ไม่ต้องผลิตเสื้อออกมา ดังนั้นเลยเป็นโมเดลธุรกิจที่ค่อนข้างจะ Win-Win ไม่มีใครอยากได้ก็ไม่ผลิต มีคนอยากได้ก็ผลิตตามนั้นครับ แต่คนออกแบบอาจจะเศร้าที่ออกแบบฟรี เอิ๊กๆ
รายได้ที่ได้นั้นจะเกิดจากการที่เรากำหนดราคาขายของเสื้อรวมถึงจำนวนขั้นต่ำที่จะให้ทาง Teespring ผลิตครับ กล่าวคือถ้าเราเลือกไว้ที่ 10 ตัวเป็นขั้นต่ำ ทาง Teespring จะแสดงให้เห็นต้นทุนที่ทาง Teespring จะหักไปสำหรับการผลิตและจัดส่ง จากนั้นเราก็ต้องมาดูครับว่าเราต้องการกำไรเท่าไร ในแคมเปญนี้ เราก็ใส่ราคาที่เราต้องการได้เลย (หากเราเลือกปริมาณการผลิตขั้นต่ำเยอะๆอย่าง 50-100 ตัว จะทำให้ต้นทุนถูกลงครับ )
จริงๆแล้วเว็บไซต์หรือบริษัทแบบนี้ก็ไม่ได้มีแต่ Teespring นะครับ แต่ Teespring เป็นตลาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมเท่านั้นเอง สำหรับใครที่สนใจก็สามารถสมัครหรือดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ TEESPRING
จริงๆแล้วยังมีอีกหลายอาชีพในโลกออนไลน์นะครับที่ผมยังไม่ได้กล่าวถึง แต่ที่ผมนำมาแชร์วันนี้เป็นอาชีพหลักๆ ที่คนนิยมทำกัน และสร้างรายได้ขึ้นมาได้จริง จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลัก โดยที่ไม่ต้องไปนั่งสแปมข้อความบน Facebook ว่า “โทดนะค๊ะ……รู้จักใครที่เล่น อินเตอร์เน็ตวันละ 2-3 ชั่วโมงต่อวันบ้างมั๊ยเอ่ย?”หรือการขายตรงต่างๆ และแน่นอนว่างานที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าใครก็ทำได้ ขอแค่คุณมีความสามารถและหมั่นหาความรู้ ไม่หยุดอยู่นิ่ง เท่านี้ก็สามารถหารายได้จากโลกออนไลน์ได้แน่นอนครับ














